เมนูหลัก
PHOTO GALLERY
Web Board
ระเบียบข้อบังคับของชมรม
ผลการแข่งขันที่ผ่านมา
กฏ กติกา มารยาท
รายชื่อคณะกรรมการ
รายชื่อสมาชิกตีกอล์ฟวันพุธ
รายชื่อสมาชิกชมรม
รายชื่อผู้ชนะการแข่งขัน
ผู้สนับสนุนชมรมกอล์ฟหลุม 10
การคิดคะแนนในการแข่งขัน
รายชื่อผู้ได้รางวัลบู้บี้
รายชื่อ Champ of the Champ
เตรียมทหารรุ่น 10
Member Log in
Login
Password
Forgot Password
New Member Register
สถานีโทรทัศน์
ทีวีสี ช่อง 5
Nation Channel
ITV
ทีวีสี ช่อง 7
ทีวีสี ช่อง 3
ทีวีสี ช่อง 9
สาระความรู้
อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
ดิกชั่นนารี่ออนไลน์
ห้องสมุดดิจิตอล
ห้องสมุดกฎหมาย
Knowledge Center
มุมนักเสี่ยงโชค
ตรวจผลล็อตเตอรี่
ผลสลากออมสิน
การติดต่อสื่อสาร
ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์
สมุดหน้าเหลือง
ค้นหารหัสไปรษณีย์
เช็คยอดค้างจ่าย(DTAC)
เช็คยอดค้างจ่าย(AIS)
การเดินทาง
สภาพการจราจร
แผนที่กรุงเทพฯ
เช็คเที่ยวบิน
พยากรณ์อากาศ
หนังสือพิมพ์
บ้านเมือง
ไทยรัฐ
ข่าวสด
มติชน
คมชัดลึก
สยามรัฐ
สยามธุรกิจ
บางกอกโพสต์
เส้นทางเศรษฐกิจ
โพสต์ทูเดย์
แนวหน้า
ไทยโพสต์
เดลินิวส์
กรุงเทพธุรกิจ
มติชนสุดสัปดาห์
HOME Contact Us

การคิดคะแนนในการแข่งขัน

ระบบ 36 Systems

วิธีคิดแบบที่ 1.
การคิดคะแนนแบบ 36 ซิสเต็มนี้ มีหลักการคิดคะแนนอยู่ง่าย คือ การให้คะแนนในการตีแต่ละหลุม ตั้งแต่หลุมที่ 1 จนถึง หลุมที่ 18 ตามวิธีคิดคะแนนดังนี้
1.
คะแนน พาร์ หรือดีกว่าพาร์ เช่น เบอร์ดี้,อีเกิ้ล,ดับเบิ้ล อีเกิ้ล หรือโฮล-อิน-วัน 2 คะแนน

2.
คะแนนในหลุมใดมากกว่าพาร์ 1 แต้ม (โบกี้) 1 คะแนน
3.
คะแนนมากกว่าโบกี้ ไม่มีคะแนน
เมื่อเล่นครบ 18 หลุม รวมคะแนนที่ได้ (การคิดจากข้อ 1-3) ทั้งหมดไปลบ 36 ตัวเลขที่ได้คือ แฮนดิแค็ป (HCP)
ถ้าต้องการทราบว่านักกอล์ฟคนใดที่เล่นดีกว่าใคร ให้นำสกอร์ของแต่ละหลุมตั้งแต่หลุมที่ 1 จนถึงหลุม 18 รวมกันแล้วนำ ตัวเลข แฮนดิแค็ป มาลบ ตัวเลขที่ได้เรียกว่า คะแนนสุทธิ หรือ NET SCORE (NET) นักกอล์ฟที่มีคะแนน เน็ตสกอร์น้อยที่สุดเป็นผู้ชนะในการแข่งขันครั้งนั้น

หมายเหตุ : 1. กรณีที่มี Net Score เท่ากัน ผู้ที่มีแต้มต่อน้อยกว่าจะเป็นผู้ชนะ

2.
ถ้า Net Score เท่ากันและมีแฮนดิแค็ปเท่ากัน ให้นับย้อนหลังจากหลุม 18 จนกว่าจะทราบผู้ชนะ

วิธีคิดแบบที่ 2.

คิดแบบนี้ง่ายกว่าครับ เริ่มที่คุณมีแฮนดิแคปเท่ากับ "0" พอเริ่มตีเกิน เช่น โบกี้ แฮนดิแคปของคุณจะเพิ่มขึ้นทีละ "1" ถ้า ตี ดับเบิ้ลโบกี้ แฮนดิแคปของคุณจะเพิ่มทีละ "2" และถึงแม้ว่าเทกระจาด ออกควอดรูปเปิ้ลโบกี้ หรือมากกว่านั้นจนไม่มีชื่อเรียก แฮนดิแคปของคุณก็ยังเพิ่มมากสุดแค่ "2" แฮนดิแคปของคุณจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆหรือไม่เพิ่มถ้าคุณสามารถทำพาร์ หรือ เบอร์ดี้ หรือ อีเกิ้ล โฮลอินวัน ได้

จบสิบแปดหลุมคุณก็จะได้แฮนดิแคปออกมา ไม่เกิน 36 เพราะ 2x18 เท่ากับ 36
วิธีการเล่นคือคุณต้องตีให้สกอร์แต่ละหลุมได้ต่ำกว่าพาร์ถึงจะมีสิทธิ์อันเดอร์ แต่ถ้าคุุณตีเกินกว่าดับเบิ้ล คุณจะโอเวอร์ เมื่อคิดเน็ทสกอร์

วิธีคิดแบบที่ 3.

ของผมก็ง่ายครับ  นับคะแนนไปตามปรกติ ถ้าตีเกินไม่เกิน 2 นับเป็นพาร์ไปหมด

เกิน 2 ไปเท่าไร ก็บวกเข้าไปเท่านั้น และ ถ้า ตีต่ำกว่าพาร์ ก็ได้ คะแนน ลบ หลุมนั้นตามสกอร์ที่ ครบ 18 หลุม ก็ บวก คะแนน net ที่คำนวณได้ เท่าไร ก็เท่านั้น เช่น
หลุม 1 พาร์ 4 ได้ พาร์ ก็จด 4
หลุม 2 พาร์ 3 ได้ เบอร์ดี จด
2
หลุม 3 พาร์ 5 ทริปเปิล  จด
6
หลุม 4 พาร์ 4 โบกี้ จด
4
หลุม 5 พาร์ 3 ดับเบิล จด
3
หลุม6 พาร์4 ออกแปด จด
6
หลุม 7 พาร์ 5 ออกอีเกิล จด
3
ครบ 18 หลุม ก็เป็น เนทสกอร์ได้เลย

แต่เวลาแข่ง ก็ส่งคะแนนที่ตีจริง ไป แล้ว
เครื่องจะคิดให้ออกมาเป้น เนท เท่ากับวิธีนี้เช่นกัน

 




 
© 2014 All Rights Reserved
Powered by
golf-10.net